ทำไมจึงไม่มีใครสามารถจะเข้ามาขโมยเงิน (Hack) จากในมือถือของเราไปได้ ?

 

คำตอบ คือ เงิน Cryptocurrency เมื่อผลิตออกมาแล้ว จะถูกนำไปเก็บไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบใหม่ที่มีชื่อเรียกว่าระบบ Blockchain

ระบบ Blockchain คืออะไร และทำงานอย่างไร ?

ระบบ Blockchain คือ ระบบที่ใช้เก็บเอกสารใดๆก็ได้ โดยจะนำไปเก็บไว้เป็นกล่องย่อยๆ  (Block) แล้วให้แต่ละกล่องย่อยเหล่านั้นเชื่อมโยงถึงกันหมด เหมือนโซ่ (Chain)ที่คล้องกล่องข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้อีกที และทุกครั้งที่มีการเติมกล่องใหม่เข้ามาในระบบ มันก็จะเอาข้อมูลของกล่องใหม่ไปใส่เก็บไว้ในกล่องเก่าทุกกล่องด้วย สรุปคือ ทุกกล่องจะมีข้อมูลที่นำมาเก็บในระบบนี้เหมือนกันหมดทุกกล่อง (หรือที่เรียกกันว่า Public Ledger นั่นเอง) ถ้ากล่องไหนเสียไปก็ยังไปหาหรือกู้ข้อมูลมาจากกล่องอื่นๆที่อยู่ใน Blochchain เดียวกันนั้นกลับมาได้ เงิน Cryptocurrency ที่ผลิตแล้วก็จะถูกเก็บอยู่ในระบบ Blockchain นี้

ระบบ Blochchain มีขั้นตอนการทำงานหลักๆ ดังนี้

1. เมื่อเจ้าของข้อมูลที่นำข้อมูล (้เงิน Cryptocurrency หรือเอกสารอะไรก็ได้) ไปเก็บไว้ใน Blockchain ต้องการจะทำอะไรกับข้อมูลของตนเองที่เก็บเอาไว้ในกล่องย่อยๆของตนเอง เช่น การเอาเงินคริปโต้ของตนเองไปใช้ หรือโอนไปให้ใคร จะต้องใช้รหัสลับที่ตนเองตั้งเอาไว้ในการเข้าไป

2. เมื่อเข้าไปแล้วระบบจะมีการพิสูจน์ทราบตัวตน(Verify)ที่แท้จริงของเจ้าของข้อมูลในบล๊อกที่จะเข้าไปทำอะไรกับข้อมูลนั้นก่อน เช่นมีการใส่ข้อมูลเพื่อพิสูจน์ทราบตัวตนเอาไว้ตั้งแต่ตอนเอาข้อมูลไปเก็บ (เรียกระบบนี้ว่า Know Your Customer : KYC) เมื่อระบบได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเจ้าของข้อมูลหรือเงินคริปโต้จริง จริงจึงจะอนุญาตให้เข้าไปได้

3. ก่อนที่ระบบจะอนุญาตให้เราทำอะไร (เช่นซื้อขายหรือโอน)กับข้อมูล(เช่นเงินคริปโต้)ของเราได้ จะต้องไปผ่านระบบการตรวจสอบของกล่องทุกกล่องใน Blockchain ที่มีข้อมูล (เช่นเงินคริปโต้)ของเราเก็บอยู่ด้วยเเช่นกันว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าตรงกันทุกกล่อง ระบบจึงจะอนุมัติให้เราทำอะไร (เช่นซื้อขายโอนเงินคริปโต้) กับข้อมูล (เช่นเงินคริปโต้) ของเราที่เก็บอยู่ใน Blockchain นี้ได้ ระบบนี้มีชื่อเรียกว่าระบบ Consensus

4. และเมื่อทำอะไร(เช่นซื้อขายหรือโอน)กับข้อมูล(เช่นเงินคริปโต้)ของเราที่อยู่ใน Blockchainไปแล้ว ระบบจะทำการบันทึกธุรกรรมนั้นๆที่เราได้ทำไปแล้วเก็บไว้ใน Blockchain อีกด้วยตามวันและเวลาที่เราได้ทำธุรกรรมไป และไม่สามารถจะกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก (จึงป้องกันการโกงกันโดยการโอนซำ้ได้) และเจ้าของสามารถจะดึงข้อมูลที่เราทำธุรกรรมไปแล้วนั้น ขึ้นมาตรวจสอบเมื่อไรก็ได้ (ระบบนี้จึงมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบเมื่อไรก็ได้) 

                                                              หน้าต่อไป