วิสัยทัศน์และความตั้งใจของ ดร.รุจา ที่ผลิตเงิน Onecoin ขึ้นมาก็เพื่อให้เงิน Onecoin ใช้งานได้จริงเหมือนเงินธนบัตรทั่วไปโดยผู้คนและธุรกิจต่างๆทั่วโลก

เงิน Onecoin จึงเป็นประเภท "เงินเสริม" ที่จะถูกนำมาใช้ควบคู่ไปกับเงินเหรียญและธนบัตรของประเทศต่างๆในโลกเหมือนเงินดอลลาร์สหรัฐฯหรือเงินสกุลหลักต่างๆที่คนทั่วโลกนำมาใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพราะเงิน Onecoin จะให้ประโยชน์ต่อผู้ใช้ทั้งประชาชนและธุรกิจทั่วโลกมากกว่าเงินธนบัตร ที่ทุกคนใช้กันอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง (ย้อนกลับไปอ่านประโยชน์ของเงินดิจิตอลในหน้าที่ผ่านมาได้)

 

ดังนั้นจึงมีผู้คนคาดการณ์กันว่า หลังจากที่บริษัท Onecoin ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัทก็จะมีความมั่นคงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น เงิน Onecoin จะเป็นทรัพย์สินของบริษัทที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น จึงน่าจะทำให้เงิน Onecoin กลายเป็นเงินอีกสกุลหนึ่งของโลก ที่คนทั่วโลก รวมทั้งนักธุรกิจ ให้การยอมรับ (Trust) และนำไปใช้งานกัน

ปัจจุบันในปี 2017 ดร.รุจา เจ้าของเงิน Onecoin ก็ได้เปิดรับให้นักธุรกิจต่างๆ สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก เพื่อรับเงิน Onecoin ในการซื้อขายสินค้าและบริการของตนได้แล้ว 

 

เมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติของเงิน Onecoin ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจะมีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้นหลังจากได้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ก็จะทำให้เงิน Onecoin มีคุณสมบัติครบ และพร้อมที่ทุกคนจะนำไปใช้งานได้จริงต่อไป โดย Onecoin จะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. ไม่มีใครสามารถจะปลอมแปลงได้เพราะเข้ารหัสด้วยโปรแกรม Cryptography 

2. มีความปลอดภัยจากการถูกขโมย(Hack)สูงสุด เพราะเก็บไว้ในระบบ Blockchain ที่ทันสมัย และใหญ่ที่สุดกว่าทุกยี่ห้อในปัจจุบัน

3. มีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆย้อนหลังได้ เพราะมีการบันทึกข้อมูล KYC ของสมาชิกทุกคนไว้ในระบบ Blockchain 

4. ค่าของเงินมีเสถียรภาพ ไม่ขึ้นหรือลงเร็วจนเกินไป (เพราะ Onecoin ตั้งโปรแกรมการผลิตเอาไว้ที่ 120,000 ล้านเหรียญ เมื่อโปรแกรมผลิตออกมาครบแล้วจะไม่สามารถผลิตเพิ่มได้อีก จึงจะไม่เกิดภาวะเงินเฟ้อเหมือนเงินธนบัตรของประเทศต่างๆ ที่รัฐบาลหรือธนาคารกลางสามารถจะพิมพ์เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆตามความจำเป็นต่อสภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ)

5. มีจำนวนมากพอที่จะให้คนและร้านค้าทั่วโลกนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน (ผลิตขึ้นมาทั้งหมดจำนวน 120,000 ล้านเหรียญ มากที่สุดในโลก มากกว่าเงินคริปโต้ทุกยี่ห้อที่ผลิตขึ้นมาบนโลกหลังจากเงิน Bitcoin)

 6. สามารถจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลของประเทศต่างๆในโลกได้ (ขณะนี้สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินยูโรได้ และจะสามารถแลกเป็นเงินสกุลอื่นๆได้ต่อไปในอนาคต)

7. คนส่วนใหญ่ในโลกรู้จัก และให้การยอมรับ (Trust) โดยวัดจากจำนวนคนทั่วโลกที่เข้ามาถือครองเงิน Onecoin (เพียง 2 ปีกว่ามีสมาชิกมากกว่า 3 ล้านคน มากกว่าทุกยี่ห้อ และคาดว่าจำนวนสมาชิกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีคนรู้จักเงิน Onecoin มากขึ้น หลังจากที่บริษัท Onecoin ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว)

8. ใช้งานได้จริงเหมือนการใช้เงินธนบัตรของรัฐบาลต่างๆ มีร้านค้าและบริการต่างๆทั่วโลก ยอมรับเงินยี่ห้อนี้ ให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งนอกจากเงินธนบัตร ในการจ่ายค่าสินค้าและบริการของตนเอง (เริ่มตั้งแต่ปี 2017 จะมีร้านค้าและธุรกิจทั่วโลก ให้การยอมรับเงิน Onecoin เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจ่ายค่าสินค้าและบริการต่างๆของตน ร่วมกับเงินธนบัตรหรือบัตรเครดิตของสถาบันการเงินต่างๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ) 

9. รัฐบาลของประเทศต่างๆให้การยอมรับ และสนับสนุนให้เป็น "เงินเสริม" ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ (อ่านรายละเอียดเรื่อง "เงินเสริม " ได้ในหนังสือของ Mr.Bernard lietaer ,"The Future of Money" 2004 มีฉบับภาษาไทยที่แปลและเรียบเรียงเป็นไทยโดย จินตลา วิเศษกุล, "เงินตราแห่งอนาคต" , สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา, พ.ศ. 2547 ) โดยประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ได้ออกกฎหมายมารองรับการใช้เงินคริปโตภายในประเทศแล้วเมื่อ 1 เมษายน 2017 ที่ผ่านมา และยังมีประเทศอื่นๆที่อยู่ระหว่างการศึกษาอีกหลายประเทศ

 

                                                    หน้าต่อไป