ผมได้นำเอาข้อมูลของเงิน Onecoin ที่เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ทุกคนสามารถจะไปพิสูจน์ด้วยตัวของคุณเองได้ มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักและรับทราบแล้ว

ส่วนการตัดสินใจเป็นเรื่องของตัวคุณเอง ว่าคุณจะยอมเสี่ยงเพื่อเข้ามาสั่งบริษัทผลิตเงิน Onecoin เพื่อเอามาถือครองไว้ในบัญชีเงินดิจิตอล (E-Wallet) ที่อยู่บนมือถือของคุณ หรือไม่ และจะสั่งผลิตจำนวนเท่าไร ก็แล้วแต่กำลังเงินและการรับสภาพความเสี่ยงของแต่ละคน

"เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง แต่การลงทุนในเงิน Onecoin มีความเสี่ยงน้อยมาก เพราะบริษัทอยู่ระหว่างการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กลางปี 2018 ที่จะถึงนี้แล้ว"

ข้อมูลที่ผมนำมาให้นี้ เป็นข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียดและกระชับ ส่วนใครที่สนใจจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถไปหาอ่านได้จากหนังสือที่ผมพิมพ์ขึ้นมาชื่อ "เงินตราในยุคดิจิทัล" หรือฟังหรืออ่านจากรายการอ้างอิงที่ผมได้นำมาให้ไว้บางส่่วนในเว็บไซด์นี้แล้ว

จากข้อมูลและการวิเคราะห์เพิ่มเติมของผม ผมจะบอกกับทุกคนอีกเป็นเรื่องสุดท้ายว่า

การลงทุนสั่งผลิต และถือครองเงิน Onecoin ไว้ในช่วงระหว่างการผลิต ที่บริษัทยังไม่เปิดให้คนทั่วโลกเข้ามาซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์นั้น

ราคา Onecoin มันมีแต่จะขึ้นอย่างเดียว ไม่มีลง ดังนั้นการเข้ามาถือครองเงิน Onecoin ในวันนี้ ก็เหมือนกับการซื้อหุ้นที่มีแต่ขึ้นอย่างเดียว ไม่มีลง แต่การเอาเงินไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มาถือไว้ ยังมีความเสี่ยงมากกว่าการถือครองเงิน Onecoin เพราะราคาหุ้นที่เราซื้อมาถือไว้ ราคามันสามารถจะขึ้นหรือลงก็ได้ แล้วแต่ผลการดำเนินงานและสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศและของโลก การซื้อหุ้นจึงมีความเสี่ยงมากกว่าการเข้ามาถือครองเงิน Onecoin

และจากประวัติของเงิน Bitcoin ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า ณ วันนี้เงิน Bitcoin 1 เหรียญมีค่ามากกว่าทองคำ 5 บาทไปแล้ว

(ดูราคา Bitcoin ปัจจุบันในตลาดได้จาก www.coindesk.com) แม้ว่าเงิน Bitcoin จะเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชีที่เก็บเอาไว้ใน Blockchain และไม่ได้มีทองคำมารองรับมูลค่าใดๆ เลย แต่อาศัยความน่าเชื่อถือ และประชาชนให้ความไว้วางใจ (Trust) เงิน Bitcoin 1 เหรียญจึงมีมูลค่ามากกว่าทองคำ 5 บาทไปได้ในปัจจุบัน

เงิน Cryptocurrency ที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากคนในโลก จึงไม่ต่างไปจากเงินดอลล่าร์สหรัฐ ที่เป็นเพียงเงินกระดาษที่มีตัวเลขระบุมูลค่าเอาไว้เท่านั้น และตั้งแต่รัฐบาลปธน.นิกสันเป็นต้นมา การพิมพ์เงินดอลล่าร์ออกมาก็ไม่มีทองคำมารองรับเงินดอลล่าร์ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ออกมาอีกเลย แต่ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยก็ให้การยอมรับเงินดอลล่าร์สหรัฐว่ามันมีมูลค่าตามตัวเลขที่พิมพ์อยู่บนธนบัตรนั้นจริง นี่ก็เพราะทั่วโลกให้ยอมรับและเชื่อถือ (Trust) ในเงินดอลล่าร์ที่พิมพ์ออกมาโดยไม่มีทองคำมารับประกันมูลค่าเงินนั่นเอง

เงิน Cryptocurrency ก็ไม่ต่างอะไรกับเงินดอลล่าร์ เพราะผลิตขึ้นมาโดยไม่มีทองคำมารองรับมูลค่าเงินเช่นกัน แถมยังจับต้องไม่ได้ แต่ด้วยการให้การยอมรับ และเชื่อถือ (Trust) ของคนทั้งโลกนั่นเอง ที่จะทำให้เงิน Cryptocurrency ยี่ห้อที่มีผู้คนทั้งโลกให้การยอมรับ มีมูลค่าขึ้นมาได้

และสิ่งสุดท้ายที่จะบอกกับทุกคนก็คือ เงิน Cryptocurrency ยี่ห้อที่คนส่วนใหญ่ของโลกให้การยอมรับและนำมาใช้งานจริง จะกลายเป็นเงินที่มีมูลค่าดังเช่นเงินดอลล่าร์ของสหรัฐเช่นเดียวกัน แล้วทุกคนลองเดาจากสถิติที่ผ่านมาว่า เงิน Cryptocurrency ยี่ห้อใด ที่บรรดาผู้คน และนักธุรกิจทั่วโลกกำลังให้การยอมรับมากที่สุดอยู่ในปัจจุบัน ?????

 

                                                       หน้าต่อไป